Back to the Articles list

01/02/2019

สุขภาพและความงาม

เข้าใจ PM 2.5 ฝุ่นพิษภัยร้ายรอบตัวที่เดียวจบ

By Admin







เครื่องฟอกอากาศ (Air Treatment)
ในหมู่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องฟอกอากาศ หรือ Air Purifier อาจเป็นตัวเลือกท้ายๆในการจับจ่ายใช้สอย เพราะมักไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีมันติดห้องไว้ แต่ในความเป็นจริงคือ การสูดเอาฝุ่นมากมายเข้าไปในร่างกายทุกวัน ยิ่งในห้องนอนที่เป็นระบบปิด ฝุ่นก็จะยิ่งคลุ้งอยู่ในนั้นไม่ได้ระบายไปไหน Air Purifier จึงทำหน้าที่เหมือนเป็นปอดสำรองของเรา กรองสิ่งสกปรกในอากาศออก เพื่อให้ปอดในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปนานๆ

Air Purifier ทำหน้าที่อะไรบ้าง อย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่าระบบการทำงานของระบบฟอกอากาศซึ่งมีด้วยกัน 2 ส่วนคือ

ระบบแผ่นฟอกอากาศ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดักจับฝุ่นที่ผ่านเข้ามา แท้จริงแล้วระบบนี้ก็มีใช้อยู่ในเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไป แต่มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ของการดักจับเชื้อโรคต่างๆ ได้ด้วย การนำเครื่องฟอกอากาศมาใช้จึงช่วยในเรื่องนี้ เนื่องจากการเปิดเครื่องปรับอากาศประจำในห้องๆ หนึ่ง หากมีการเปิดปิดบ่อยๆ โดยไม่มีการเปิดหน้าต่างระบายอากาศ ความชื้นที่เกิดจากความเย็นจะทำให้ห้องมีกลิ่นอับ และก่อให้เกิดเชื้อโรคขึ้นได้

ระบบพ่นอนุภาคไออน เป็นประสิทธิภาพที่ส่งผลกระทบถึงร่างกายผู้ใช้เครื่องปรับอากาศให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ด้วยระบบที่ไปฆ่าเชื้อโรค เชื้อราต่างๆ ของ Air Purifier รวมถึงมีประสิทธิภาพในการดักฝุ่นเชื้อโรคเชื้อราในอากาศได้หมดอย่างแน่นอน

ดังนั้น ในห้องที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นประจำ เป็นห้องปิด จึงสมควรที่จะติด Air Purifier ที่เหมาะสม สำหรับวิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศ สำหรับคนที่ซื้อครั้งแรก ข้อมูลตัวเครื่องที่ต้องพิจารณาดังต่อไปนี้

Air Volume หรือ Air Flow คือค่าแรกที่ควรพิจารณายิ่งค่านี้สูงเท่าไหร่ ปริมาณอากาศที่ถูกกรองก็จะยิ่งเร็วขึ้นด้วย ถ้าแผ่นกรองมีคุณภาพเท่ากับ เครื่องที่มี Air Flow สูงกว่าจะฟอกและปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาได้เร็วกว่านั่นเอง เวลาจะซื้อก็เทียบดูหลายๆรุ่น หากห้องใหญ่อยากให้ฟอกอากาศได้ไวๆ ให้พิจารณาค่านี้เป็นพิเศษ

ค่า Clean Air Delivery Rate หรือ CADR มันคือค่าที่บอกว่า Air Purifier ตัวนี้ ฟอกสิ่งสกปรกออกจากอากาศได้ปริมาณมากแค่ไหนในหนึ่งนาที โดยสิ่งสกปรกมาตรฐานที่วัดกันคือ ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง และเกสรดอกไม้ ค่านี้ยิ่งมากก็ยิ่งดีเช่นกัน

Room Size, Area Coverage หรือขนาดห้องที่เหมาะสม ควรรู้ขนาดห้องที่ต้องนำ Air Purifier ไปใช้งานก่อนเลือกซื้อเสมอ เพราะถ้าห้องใหญ่เกินกว่าพื้นที่ที่เครื่องกรองอากาศสามารถรองรับได้ อากาศก็จะไม่สะอาดทั่วถึง หรือถ้าห้องเล็กแต่เอาเครื่องใหญ่มากไปวาง ก็จะกินไฟและเสียงดังโดยใช่เหตุ

Noise Level หรือระดับเสียง เสียงของเครื่องกรองอากาศ เสียงของ Air Purifier ที่ดังอาจไม่ใช่สาระสำคัญหากวางไว้ในห้องนั่งเล่น แต่มันจะเป็นประเด็นมากถ้าวางเอาไว้ในห้องนอน เพราะ Air Purifier เสียงดังเกินไปจะทำให้นอนหลับไม่สนิทและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

Power Usage หรืออัตราการกินไฟ ถ้าซีเรียสเรื่องค่าไฟ อาจดู Air Purifier ที่สเปคใกล้เคียงกันสัก 2-3 ตัวแล้วเทียบดูว่าตัวไหนกินไฟน้อยที่สุดก็ช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น

ความจำเป็นต้องมีเครื่องฟอกอากาศ

โดยสภาวะของประเทศไทยที่เป็นเช่นปัจจุบัน โดยสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ อีกทั้งฝุ่นละอองตลอดจนไรฝุ่นที่ทำให้คนปัจจุบันเป็นโรคภูมิแพ้กันมาก ซึ่งทำให้ชีวิตไม่เป็นสุข สุขภาพไม่แข็งแรง เจ็บป่วยได้ง่าย หายใจเอาอากาศไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย สะสมจนเป็นรังแห่งโรค ในเมื่อมี Air Purifier ที่สามารถสกัดกลั้นมูลเหตุของโรคที่ไม่พึงประสงค์ได้ ในราคาต้นทุนที่สามารถซื้อหาได้ แลกกับสุขภาพและชีวิตประจำวันที่มีความสุข หายใจสะดวก ไม่เป็นรังแห่งโรคได้ แน่นอนว่า ใครๆ ก็คงยินดีแลก เพราะการมีโรคภัยเบียดเบียนนั้น ถึงมีทรัพย์สินเงินทองมากมายเพียงใด ก็ขาดโอกาสในการใช้อย่างเต็มที่ ความจำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมและอากาศ มลพิศในปัจจุบันนี้แล้ว เครื่องฟอกอากาศเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็น